วันจันทร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2560

“วิถีแห่งจิต” (The way of the soul)


นิทรรศการ                                  “วิถีแห่งจิต” (The way of the soul)
ศิลปิน                                        วรุนทร์ วงศ์คำ (waroon vongkham)
ลักษณะงาน                                 งานจิตรกรรมไทย
ระยะเวลาที่จัดแสดง                      วันที่ 28 พฤษภาคม 18 มิถุนายน 2560
พิธีเปิดนิทรรศการ                         วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 เวลา 18.00 น.
ห้องนิทรรศการ                             ห้องนิทรรศการชั้น 2
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม          0925406103, 0814924840 (วรุนทร์)
แนวความคิด
                ในชีวิตประจำของข้าพเจ้าได้พบเจอเรื่องราวต่างๆ มากระทบกายและจิตของเราไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดี รวมถึงอารมณ์ของตัวข้าพเจ้าเองที่ไม่หยุดนิ่งเมื่อเกิดเรื่องราวต่างๆมากระทบจิตใจ สิ่งเหล่านี้ข้าพเจ้าจึงแสดงออกด้วยการทำงานศิลปะ เพื่อแสดงแง่คิดส่วนตัวและ เป็นการบันทึกเรื่องราวทางด้านอารมณ์ความรู้สึก โดยใช้ทัศนะธาตุต่างๆ ตามหลักทัศนศิลป์ด้านจิตรกรรมได้แก่ จุด เส้น สี แสงเงา รูปร่าง รูปทรง พื้นผิว ในการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านรูปแบบงานจิตรกรรมแนวไทยประเพณี
            นอกจากที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว ข้าพเจ้ายังต้องการอนุรักษ์และพัฒนางานศิลปกรรมไทยอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติไทย และเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านศิลปกรรมของคนในและนอกวงการศิลปะ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ต่อการก้าวไปสู่อาชีพทางานด้านศิลปกรรมและสาขาที่เกี่ยวข้องต่อไป
            โครงการนิทรรศการในครั้งนี้จะจัดขึ้นที่ หอศิลป์จามจุรี มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม 18 มิถุนายน 2560 เป็นเวลา 24 วัน ในการแสดงงานครั้งนี้มีชื่อนิทรรศการว่า วิถีแห่งจิตเป็นผลงานศิลปะที่เกิดขึ้นจากการสร้างสรรค์ของตัวข้าพเจ้าเอง ซึ่งได้เตรียมงานและรวบรวมผลงานมาเป็นเวลา 4 ปี การแสดงงานครั้งนี้ข้าพเจ้าต้องการนำเสนอมุมมองใหม่ให้กับวงการศิลปะ เพื่อให้สังคมได้ฉุกคิดและเพื่อเป็นการขับเคลื่อนให้กับสังคมอีกทางหนึ่ง


วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2560

“Wounded”

นิทรรศการ                                  Wounded
ศิลปิน                                        เสกสรรค์ ทุมมัย (Seksun Toommai)   
ลักษณะงาน                                 งานจิตรกรรม ประติมากรรม สื่อผสม จัดวาง
ระยะเวลาที่จัดแสดง                      วันที่ 2 - 27 เมษายน 2560
พิธีเปิดนิทรรศการ                         วันที่ 2 เมษายน 2560 เวลา 18.00 น.
ห้องนิทรรศการ                             ห้องนิทรรศการชั้น 2
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม          083-223-7623 เสกสรรค์
แนวความคิด
        ข้าพเจ้าเคยสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการแสดงออกและการกระทำต่างๆของตัวเองรวมทั้งบุคคลอื่นๆรอบตัวของข้าพเจ้าว่า เพราะเหตุผลอันใด ข้าพเจ้าและบุคคลเหล่านั้นจึงแสดงออกเป็นพฤติกรรมอย่างที่เห็นได้ทั่วไปในสังคม ไม่ว่าจะเป็นอาการโมโหร้าย ขี้ปดมดเท็จ อิจฉาริษยา ลักเล็กขโมยน้อย ติดเหล้ายา รวมไปถึงการประทุษร้ายทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ข้าพเจ้าคิดว่าพฤติกรรมต่างๆเหล่านี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นมาลอยๆ แต่น่าจะประกอบไปด้วยเหตุผลและแรงจูงใจอันนำไปสู่การเกิดพฤติกรรมนั้นๆ เมื่อเกิดความสงสัย จึงเกิดคำถามและพยายามที่จะหาคำตอบเท่าที่จะสามารถทำได้ โดยการย้อนเข้าไปศึกษาพฤติกรรมการเลี้ยงดู สภาพแวดล้อม ปัจจัยต่างๆโดยรอบของตัวศิลปินเอง อีกทั้งการฟังคำบอกเล่าในช่วงวัยเด็กของบุคคลอื่นๆ รวมไปถึงการศึกษาอัตชีวประวัติในวัยเด็กของบุคคลที่มีชื่อเสียงในด้านต่างๆ ก็ได้พบกับเหตุผลที่ว่า การกระทำที่เด็กได้รับจะถูกดูดซับเข้าไปผ่านจิตสำนึกเมื่อนานวันเข้าก็จะฝังตัวลงผ่านจิตก่อนสำนึกและลงไปสู่จิตใต้สำนึกก่อให้เกิดเป็นพฤติกรรมต่างๆทั้งในด้านที่ดีและเลว เมื่อเติบโตไปสิ่งเหล่านั้นเหมือนจะถูกลืมแต่ไม่ได้หายไปจริง ในบางเวลาจึงถูกขับออกมาเมื่อถูกกระทบด้วยปัจจัยบางอย่าง
             ข้าพเจ้ามีความเห็นเช่นเดียวกับหลักจิตวิทยาของฟรอยด์ เกี่ยวกับสิ่งที่ว่า ในตัวของมนุษย์จะมีสองสัญชาตญานหลักใหญ่ๆสองตัว คือ สัญชาตญาณแห่งการมีชีวิต และสัญชาตญานแห่งความตายประกอบกันอยู่ และมี ลิบิโดเป็นแรงขับแต่ถูก อิด อีโก้ และ ซูเปอร์อีโก้ คลุมทับไว้อีกที
                สัญชาตญานแห่งการมีชีวิตนั้นจะเป็นบ่อเกิดแห่งความสร้างสรรค์การมีชีวิตแสดงออกถึงพลังด้านบวก ส่วนสัญชาตญานแห่งความตายจะเป็นสิ่งที่นำพามาซึ่งทั้งการประหัตประหารทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่นเป็นพลังด้านลบ หากตัวใดตัวหนึ่งมีมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อทั้งตนเองและต่อสังคมที่เราเป็นสมาชิกอยู่ได้ เพราะฉะนั้นการควบคุมสิ่งเหล่านี้ไว้ให้สม่ำเสมอไม่ให้ตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไปจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้เราดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบันนี้
            การเรียนรู้ผลกระทบที่เคยเกิดขึ้นในอดีตจะสามารถทำให้เราดำรงชีพอยู่ในสังคมได้ เพราะเราสามารถนำมันมาปรับใช้กับปัจจุบันหรือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตได้รวมไปถึงการนำไปใช้ประโยชน์หรือควบคุมสถานการณ์ต่างๆได้ในสังคม เพราะมนุษย์ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ตัวคนเดียวในสังคมได้แต่ต้องอาศัยพึ่งพาซึ่งกันและกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
          ผลงานในนิทรรศการ Wounded เป็นการนำเอาบาดแผลที่เป็นผลกระทบในวัยเด็กมาเปิดออกและย้ำเตือนถึงการกระทำที่รุนแรงและเคยเกิดขึ้นมาแล้วต่อผู้ใหญ่หลายๆคนผ่านการสร้างสรรค์ในสื่อต่างๆที่เชื่อมกันระหว่างสัญชาตญาณแห่งการมีชีวิตและสัญชาตญานแห่งความตายเป็นการทำให้สิ่งที่ถูกเก็บกดเอาไว้ได้ถูกระบายออกมาเพื่อเป็นการรักษาระดับจิตใจเอาไว้ให้สมดุลย์และเพื่อให้ไม่เป็นการเกิดผลเสียต่อสุขภาพจิต จนนำเอาไปใช้ในทางที่ผิดต่อการดำรงชีวิตในสังคม  บาดแผลที่เคยเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ทุกคนมันไม่มีทางปิดให้สนิทได้ในบางเวลามันอาจเกิดความเจ็บปวดขึ้นมา สิ่งเดียวที่สามารถทำได้คือการเรียนรู้ที่จะอยู่คู่กับมันและไม่ทำให้มันเกิดขึ้นอีกเป็นวงโคจรที่ไม่มีวันสิ้นสุด


“Presenter of Thaiart”



นิทรรศการ                                  Presenter of Thaiart
ศิลปิน                                        สิปปหิมวันต์ [ Sippahimmawon ]
                                                ศิยารัตน์  แก้วคีรี, สถาพร เครือวัลย์
ลักษณะงาน                                 งานจิตรกรรมแบบประเพณี, งานลายรดน้ำและงานปูนปั้นสื่อผสม
ระยะเวลาที่จัดแสดง                      วันที่ 3 - 23 พฤษภาคม 2560
พิธีเปิดนิทรรศการ                         วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 เวลา 17.30 น.
ห้องนิทรรศการ                             ห้องนิทรรศการชั้น 2 ห้องนิทรรศการ 3
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม          084-6328039, 0861392325 ศิยารัตน์
แนวความคิด
                การแสดงผลงานครั้งนี้เป็นการรวมตัวของเราทั้ง 3 คน เป็นครั้งแรก ถือว่าเป็นก้าวแรกของการก้าวเข้าสู่ความเป็นศิลปินอย่างเต็มตัวของพวกเรา
            ผลงานการสร้างสรรค์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพวกเรา 3 คนนั้น ได้ถูกนำเสนอผ่านศิลปะไทยใน 3 ลักษณะ คือ งานจิตรกรรมแบบประเพณี, งานลายรดน้ำและงานปูนปั้นสื่อผสม ได้ถ่ายทอดออกมาจากความรู้สึกความชอบของแต่ละคนปณิธานของเราคือการสืบสานศิลปะและวัฒนธรรมไทยเดิมที่สวยงามให้อยู่คู่กับสังคมไทยต่อไปเพราะปัจจุบันนี้สังคมวัฒนธรรมและศิลปะได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก
            พวกเราจึงมีความมุ่งมั่น เพียรพยามในการศึกษาเกี่ยวกับศิลปะไทย ตกผลึกจนออกมาเป็นงานศิลปะที่สร้างสรรค์จากความเชื่อและประสบการณ์ จึงผลิตผลงานที่แสดงออกมาในแบบลักษณะเฉพาะของแต่ละคน เพื่อนำมาจัดแสดงให้ได้รับชมด้วยความภาคภูมิใจและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เข้าชมจะได้รับความสุขและแง่คิดไม่มากก็น้อยจากผลงานของพวกเรา
            This our exhibition is the first time to combine 3 members to step towards to become real artists.
            Our artworks has been presented through Thai art in three types, there are Thai Traditional Painting, Thai Gilded Black Lacquer and Thai Stucco Work with Mixed Media. That was passed on feeling through preferences of each person.
            We wish inherit Thai Arts and Thai Traditional Cultures to stay along because nowadays the society, culture and arts in Thailand have changed a lot.

            We are devote and concentrate on study Thai Arts then crystallize ideas to create these artworks from our believe and experiences so we are proud to present our unique artworks, we hope you enjoy.

“งดงามในความพอเพียง” (Beautiful Sufficiency)

นิทรรศการ                                  “งดงามในความพอเพียง” (Beautiful Sufficiency)
ศิลปิน                                        สมศักดิ์ สัมโภชานนท์ (สมศักดิ์ สังกะสี)
                                                Somsak Sumpochanont (Somsak Sangkasi)
ลักษณะงาน                                 งานจิตรกรรมสื่อผสม
ระยะเวลาที่จัดแสดง                      วันที่ 16 พฤษภาคม 5 มิถุนายน 2560
พิธีเปิดนิทรรศการ                         วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 เวลา 18.00 น.
ห้องนิทรรศการ                             ห้องนิทรรศการชั้น 1 ห้องนิทรรศการ 1
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม          0891739038 สมศักดิ์
แนวความคิด
                ผลงานของผมได้รับแรงบันดาลใจมาจากหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช โดยยึดหลักสำคัญ 3 ประการ คือ ประหยัด เรียบง่าย และได้ประโยชน์สูงสุด
โดยนำสังกะสีเก่า (เป็นวัสดุที่ใช้แล้ว มีความเก่าโดยธรรมชาติ ประหยัด เรียบง่าย สื่อถึงความเป็นอนิจจังฯลฯ) กลับมาใช้ ด้วยการสร้างสรรค์ให้เป็นงานศิลปะที่สะท้อนความงดงามในมิติความพอเพียงในหลากหลายเรื่องราว ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทตลอดไป
            My artwork has been inspired byPhilosophy of Sufficiency Economyinitiated by His Majesty King BhumibolAdulyadej. This philosophy is based on three main principles: saving, simplicity and utmost usefulness.

            By reusingthe oldcorrugated iron sheet (A used material which is old, natural, saving, simple and impermanence, etc.) which is used to create art that reflects the beauty of the dimension of sufficiency in a variety of stories. With love and devotion, I mourn the passing of His Majesty King BhumibolAdulyadej,I will follow the way he lives his life forever.

“สุข พอดี” (Live a Simpler Life)

นิทรรศการ                                  “สุข พอดี” (Live a Simpler Life)
ศิลปิน                                        พันธุ์ธัช (บุญพันธุ์) วงศ์ภักดี
ลักษณะงาน                                 งานจิตรกรรมแบบประเพณี
ระยะเวลาที่จัดแสดง                      วันที่ 8 - 27 มิถุนายน 2560
พิธีเปิดนิทรรศการ                         วันที่ 8 มิถุนายน 2560 เวลา 18.00 น.
ห้องนิทรรศการ                             ห้องนิทรรศการชั้น 1 ห้องนิทรรศการ 2
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม          089-5028454, 086-4615291 พันธุ์ธัช
แนวความคิด
            คนเราทุกคนต่างมีความสุขบนพื้นฐานชีวิตในระดับความพอใจของแต่ละคนซึ่งก็ไม่เท่ากัน ฉะนั้น นิยาม ความสุข" ของแต่ละคนก็ย่อมแตกต่างกัน ความสุขนั้น มิได้ขึ้นอยู่กับว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเรา แต่อยู่ที่ว่า เรารู้สึกกับสิ่งนั้นอย่างไรต่างหาก อีกทั้งเราไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะมีแต่สิ่งที่ดีๆ เกิดขึ้นกับเราตลอดเวลา ตอนเป็นเด็ก เมื่อเราได้เล่นอะไรสนุกๆ ก็มีความสุขแล้ว พอเป็นผู้ใหญ่ต้องเจอเรื่องราวมากมาย แต่ละช่วงแต่ละวัยเราจะมีวิธีคิดที่แตกต่างกัน บางเวลาทำสิ่งนี้แล้วมีปริมาณความสุขมากบางเวลาทำสิ่งนี้แล้วมีความสุขน้อยลง ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
            สำหรับผมการได้เขียนรูปคือสิ่งที่เรารัก เราชอบมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเราทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดด้วยใจรักและความเต็มใจ สามารถอยู่กับสิ่งนั้นได้ทั้งวันโดยไม่ต้องให้ใครมาคอยกำหนดกฎเกณฑ์มีความสุขในระดับที่เราพอใจ อยู่อย่างพอดี พอดี สอดคล้องกับแนวทางในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9เศรษฐกิจพอเพียง" ที่สำคัญไม่ฝืนความเป็นตัวเรา ชีวิตก็ไม่วุ่นวาย เราชอบปลูกต้นไม้ ปลูกผักเราก็ศึกษาหาข้อมูลที่มีประโยชน์จากแหล่งต่างๆ จริงอย่างที่เขาว่าการปลูกต้นไม้ก็เปรียบเสมือนกับการเลี้ยงลูกที่ต้องคอยดูแลเอาใจใส่ตั้งแต่เล็กจนโต ดูแลเขาดีเขาก็ออกผลผลิตให้เราได้เก็บกินทุกๆ วัน ในช่วงชีวิต 4-5 ปีที่ผ่านมาได้มีโอกาสเขียนภาพจิตกรรมฝาผนังในอุโบสถที่วัดบ้านเก่า จ.ระยอง เป็นวัดประจำหมู่บ้านตามที่ตั้งใจ โดยเขียนถ่ายทอดเรื่องราวพุทธประวัติใช้เวลาทำงานอยู่ประมาณ 2 ปี การดำเนินชีวิตที่ไม่ต้องเร่งรีบ มีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น ย้อนกลับไปมองหาสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัว วิถีชีวิตที่ผูกพันมาแต่เด็ก มีบางสิ่งบางอย่างในความทรงจำที่ยังคงความงดงามตามความรู้สึกและหลายสิ่งหลายอย่างได้ถูกหลงลืมเปลี่ยนแปลงไป ตามความเจริญของยุคสมัย

            การจัดนิทรรศการครั้งนี้ เป็นโอกาสที่ได้แสดงความเป็นตัวเรา จึงได้หยิบสิ่งของใกล้ๆ ตัวเป็นสัญลักษณ์ของความศรัทธาการมีเหลือพออยู่พอกิน โดยใช้รูปทรงเครื่องมือใช้ในการประกอบอาชีพของปู่ ย่า ตา ยาย เป็นตัวแทนคำสั่งสอนในการใช้ชีวิต ความเพียรพยายาม ขยันอดทนในการทำงานนำวิถีการทำเกษตรแบบพอเพียงมาเป็นแนวทาง เมื่อเราทำมากย่อมได้ผลผลิตมาก กระบุงข้าวก็มีข้าวในน้ำก็มีปลา เมล็ดพันธุ์ก็นำมาเพาะต้นกล้า การได้เห็นการเจริญเติบโต ผลิดอกออกผลในวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ผูกพันกับศาสนา รวมทั้งพึ่งพาธรรมชาติในการดำรงชีวิต ให้เราหันกลับมามองคุณค่า ความหมายและความพอดีของชีวิตที่เป็นปกติสุขอีกครั้ง

นิทรรศการผลงานศิลป์ปี 59 “ธ สถิตในใจไทยนิรันดร์"



นิทรรศการ                                  นิทรรศการผลงานศิลป์ปี 59  ธ สถิตในใจไทยนิรันดร์"
ศิลปิน                                        คณาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ลักษณะงาน                                 งานวาดเส้น จิตรกรรม ภาพถ่าย สื่อผสม แฟชั่น ฯลฯ
ระยะเวลาที่จัดแสดง                      วันที่ 20 เมษายน – 10 พฤษภาคม 2560
พิธีเปิดนิทรรศการ                         วันที่ 27 เมษายน 2560 เวลา 18.00 น.
ห้องนิทรรศการ                             ห้องนิทรรศการชั้น 1 ห้องนิทรรศการ 2
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม          062-2616156 (อ.ณมณ ขันธชวะนะ)
แนวความคิด
            “...งานทางด้านการศึกษาศิลปะและวัฒนธรรมนั้น คืองานสร้างสรรค์ความเจริญทางปัญญาและทางจิตใจ ซึ่งเป็นทั้งต้นเหตุ ทั้งองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ของความเจริญด้านอื่นๆทั้งหมดและเป็นปัจจัยที่จะช่วยให้เรารักษาและดำรงความเป็นไทยไว้ได้สืบไป... พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
            ด้วยน้อมรำลึกและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ผู้ทรงมีพระอัจฉริยภาพทางด้านศิลปะและการออกแบบ จนได้รับการถวายพระราชสมัญญา อัครศิลปิน"  แปลตามศัพท์ว่า ผู้มีศิลปะอันเลอเลิศ" พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของการสร้างสรรค์ ทรงได้รับการยกย่องสดุดีพระเกียรติคุณทั้งจากพสกนิกรและศิลปินทั่วโลกในพระปรีชาสามารถอย่างหาที่เปรียบมิได้
            การแสดงผลงานคณาจารย์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ประจำปีนี้ จึงได้น้อมนำพระบรมราโชวาทมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ เพื่อความเจริญทางปัญญาและจิตใจ ผ่านผลงานหลากหลายรูปแบบและวิธีการแสดงออกตามลักษณะเฉพาะตน อาทิเช่น งานวาดเส้น งานจิตรกรรม งานสื่อผสม และภาพถ่าย เพื่อจะได้เป็นแบบอย่างให้แก่ลูกศิษย์ และส่งต่อแรงบันดาลใจ เรารักในหลวง"  สู่สาธารณชนต่อไป