วันพุธที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

“สมดุล” (Balance)


นิทรรศการ                                  “สมดุล” (Balance)
Curator                                     ชลัช ฉวีสุข Chalah Chaveesuk
ศิลปิน                                        ถาวรัตถ์ สมรรคจันทร์ Thawaratt Samargachandra
ช่อทิพย์ ศรีสวัสดิ์พงษ์ Chawtip Sriswadpong
สุชาติ ไกรทอง Suchart Kraithong
เจดา พลฤทธิ์ Jayda Ponlid
ทิวา สิงหะ Thiwa singha
กมล ชาวบางงาม Kamol Chowbangngam
วาทิต ช่อทับทิม Watid Chortabtim
ชลัช ฉวีสุข Chalah Chaveesuk
เอลินร์ หนูแก้ว Elin Nookau
อรอนงค์ แก้วสมบูรณ์ Onanong Kaewsomboon
ธุมากร พิชัย Tumagon Pichai
ลักษณะงาน                                 จิตรกรรม
ระยะเวลาที่จัดแสดง                      วันที่ 19 กรกฏาคม - 7 สิงหาคม 2560
พิธีเปิดนิทรรศการ                         วันเสาร์ที่ 22 กรกฏาคม 2560 เวลา 18.00 น.
ห้องนิทรรศการ                             ห้องนิทรรศการชั้น 2 ห้องนิทรรศการ 3
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม          0915564963 ชลัช ฉวีสุข
แนวความคิด
ความสมดุลเป็นปัจจัยสำคัญให้สรรพสิ่งตั้งขันธ์ดำรงอยู่ ตั้งแต่สิ่งขนาดใหญ่เช่นจักรวาล ดวงดาว ประเทศชาติ จนถึงสิ่งรอบตัว เช่น ครอบครัว สุขภาพและภาวะภายในจิตใจของบุคคล
นิทรรศการครั้งนี้ เป็นการตีความหมายของความสมดุลผ่านผลงานศิลปะ โดยกลุ่มศิลปินที่มีความหลากหลายในมุมมองและแนวทางนำเสนอ อุดมด้วยแนวคิด จิตนาการ และสุนทรียภาพ
Balance is a key element of everything. From the grand universe, planets, countries to smaller things around us such as families, health and human minds.

This exhibition explored the variety meanings of balance through artworks by the selected group of artists that full with ideas, imaginations and aesthetic.

วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

“ชีวิตบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม” (Multicultural life)


นิทรรศการ                                  “ชีวิตบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม” (Multicultural life)
ศิลปิน                                        คณาจารย์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
                                                อ.เมธาสิทธิ์ อัดดก
                                                อ.กัมปนาท สังข์สร
                                                อ.นที มณฑลวิทย์
                                                อ.มาตุภูมิ หมานนุ้ย
                                                อ.พรวิภา สุริยากานต์
                                                อ.ศิรัมภา จุลนวล
                                                อ.อริสรา ทิพย์รัตน์
                                                อ.คณิตฐา เป็นซอ
                                                อ.นพอนันต์ บาลิสี
                                                อ.พนม ช้างนานอก
ลักษณะงาน                                 งานจิตรกรรม ประติมากรรม สื่อผสม ภาพถ่าย เซรามิค
ระยะเวลาที่จัดแสดง                      วันที่ 9 - 29 มิถุนายน 2560
ห้องนิทรรศการ                             ห้องนิทรรศการชั้น 1 ห้องนิทรรศการ 1
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม          083-440-6662 นที มณฑลวิทย์/คณะศิลปกรรมศาสตร์
แนวความคิด
            สืบเนื่องจากสภาพสังคมปัจจุบันที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมทั้งวัฒนธรรมกระแสหลักและกระแสรอง ในยุคโลกาภิวัตน์สิ่งเหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่อยู่รอบกาย เราต่างซึมซับเอาองค์ความรู้ ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมจากถิ่นกำเนิดหรือสภาพแวดล้อมสะสมมาเป็นประสบการณ์จนเติบโตขึ้นมา ไม่ว่าจะผ่านระบบการศึกษาหรือประสบการณ์ชีวิตโดยตรงและยังมีการแลกเปลี่ยนผสมผสานความเป็นท้องถิ่นและวิถีชีวิตในเมืองหลวงหรือความเป็นวัฒนธรรมมวลชนโลกผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลในการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ จนเกิดความซับซ้อนในบริบททางสังคมและวัฒนธรรม ความเป็นลูกผสมในวิถีชีวิตร่วมสมัยก่อให้เกิดอัตลักษณ์ใหม่จนเกิดการตีความใหม่ในความเป็นจริงแท้นั้นมีความท้ายท้ายในชุดความรู้ที่เป็นของดั้งเดิมหรือต้นฉบับ มีการสลับสับเปลี่ยนองค์ความรู้ใหม่จากการทบทวนวรรณกรรม ความสับสบวุ่นวายในวิถีชีวิตของมนุษย์เกิดการเคลือบแคลงสงสัยใคร่รู้และพยายามหาทางออกอยู่เสมอไม่ว่าทางใดทางหนึ่งเพื่อหลีกหนีจากความมืดบอดทางปัญญา ในแง่ทางศิลปะนั้นผู้สร้างสรรค์ผลงานต่างมีความหลากหลายในการแสดงออกทั้งทางสื่อและเนื้อหา ที่เป็นแรงขับจากความรู้สึกที่เก็บกักไว้ภายใน โดยเป็นการนำองค์ความรู้จากประสบการณ์ทางกายภาพมาเป็นวัตถุดิบที่สั่งสมกลั่นกรองเข้าสู่ภายในจิตที่ถวิลหาเสรีภาพในการแสดงออกทางศิลปกรรมในเชิงปัจเจกบุคคล เพื่อเป็นการพัฒนาต่อยอดทางทักษะและความคิดในทางสุนทรียะในมุมมองส่วนบุคคล ที่มีพื้นเพทางความคิด ความเชื่อหรือประสบการณ์ทางความรู้ที่แตกต่างหลากหลาย ก่อให้เกิดผลงานประเภทต่างๆ อาทิเช่น งานจิตรกรรม ประติมากรรม สื่อผสม ภาพถ่าย เซรามิค ฯลฯ ที่มีวาทะกรรมเป็นของตนเอง

            ผลงานในโครงการครั้งนี้เป็นการรวบรวมผลงานของสร้างสรรค์จากคณาจารย์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ที่มีความแตกต่างหลากหลายในสาขาทางศิลปะที่เชี่ยวชาญ โดยเป็นการแสดงงานนิทรรศการกลุ่ม ที่มีการแสดงออกในเชิงความคิดในโครงการ ชีวิตบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม

วันอังคารที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

“Introspective”(ความจริง ที่ต่างกัน)


นิทรรศการ                                  Introspective”(ความจริง ที่ต่างกัน)
ศิลปิน                                        สนามชัย พวงระย้า (Sanamchai Puangraya)
ลักษณะงาน                                 จิตรกรรม
ระยะเวลาที่จัดแสดง                      วันที่ 1 - 20 กรกฎาคม 2560
พิธีเปิดนิทรรศการ                         วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 เวลา 18.00 น.
ห้องนิทรรศการ                             ห้องนิทรรศการชั้น 1 ห้องนิทรรศการ 2
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม          081-3421826 สนามชัย
แนวความคิด
            เราทุกคนล้วนมีความเป็นศิลปะในตัวตน ถูกนำไปใช้ในหลากหลายรูปแบบ การแสดงออกในทางดนตรีการทำอาหาร ในแบบที่ไม่ใช่แค่อาหาร แต่มีการจัดวาง การปรุงแต่งจนมีความงามจนเกิดมูลค่ามากกว่าแค่เพียงเป็นอาหารจานด่วน เราเรียนรู้พื้นฐานความงามทางศิลปะได้จากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว

            นิทรรศการในชุดนี้ งานแต่ล่ะชิ้น ผมไม่ได้ตั้งชื่องาน  สิ่งหนึ่งเพื่อให้คนที่มาดูงานของผมได้มองและจินตนาการในแบบที่คุณเข้าใจ ได้โต้ตอบกันระหว่างคนดูกับงาน ได้คิดชื่อในแบบที่คุณคิดว่าน่าจะเป็น โดยอาศัยรูปทรงของงานที่บ่งบอกชัดเจนแต่ให้คุณมองลึกไปกว่าแค่สิ่งที่เห็น เมื่อเราได้มาเรียนรู้มากขึ้น ณ เวลาที่เราได้ลากเส้นได้ลงสีจรดพู่กัน ความคิดแรกที่มากระทบเรา แม้เราอาจจะไม่ได้ลงมือทำเพียงแค่ชมงานศิลปะ การทำงานภายในได้เกิดขึ้นแล้วในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วินาทีนั้น อาจมีบางสิ่งที่สั่นสะเทือนจิตใจ เราอาจไม่สามารถแปลเป็นคำพูดได้ชัดเจน เพราะการสะสมความรู้ทางศิลปะค่อนข้างใช้เวลา บางคนอาจเข้าใจได้เร็วด้วยทุนเดิมที่มี แต่เมื่อเราได้เริ่มต้นและปล่อยวางใจที่จะได้เข้าไปสู่โลกอีกมิติหนึ่ง ก็อาจนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในเชิงความคิดรสนิยม ความรู้สึกภายใน ธรรมชาติของจิต อาจมีความกระด้างอยู่ ศิลปะนั้นแทรกซึมเข้าไป เพิ่มความอ่อนโยนมากขึ้นในจิตใจ หรือในอีกทาง ช่วยให้คิดนอกกรอบจากสิ่งที่เรามีอยู่เดิม ในยุคสมัยที่มีเพียงไอคิวคงไม่พอ การมีอีคิวเข้าไปผสมผสาน เราอาจได้สร้างนักคิดนักประดิษฐ์ สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ศิลปะไม่ได้หมายให้เราทุกคนเป็นศิลปินเขียนรูป แต่ศิลปะสามารถก่อเกิดประโยชน์ในทางอื่น นอกเหนือเพียงแค่ความงามที่ถูกถ่ายทอดจากภายในของผู้ที่สรรสร้าง แต่ช่วยให้มนุษย์มีความสมบูรณ์มากขึ้นไปอีก ยกระดับจิตภายในให้มีความลึกซึ้งมากขึ้น

วันจันทร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

“The reflection”


นิทรรศการ                                  The reflection
ศิลปิน                                        สิขเรศ ศิริไพบูลย์, ประดิษฐ์ ตั้งประสาทวงศ์, วชิระ ก้อนทอง
ลักษณะงาน                                 จิตรกรรมประเพณีและจิตรกรรมร่วมสมัย
ระยะเวลาที่จัดแสดง                      วันที่ 16 พฤษภาคม - 3 มิถุนายน 2560
พิธีเปิดนิทรรศการ                         วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 เวลา 18.00 น.
ห้องนิทรรศการ                             ห้องนิทรรศการชั้น 1 ห้องนิทรรศการ 2
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม          081-8283688 (สิขเรศ)
แนวความคิด
            ในการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรม มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งจิตรกรรมประเพณีและจิตรกรรมร่วมสมัย ในการจัดนิทรรศการ สามอารมณ์ เป็นการนำเสนอจิตรกรรมในแบบร่วมสมัย โดยสื่ออารมณ์ของ สามศิลปินที่มีมุมมองต่างกัน ต่างนำเสนอประสบการณ์ ผ่านแนวความคิด ผ่านสัญลักษณ์ ด้วยงานจิตรกรรมที่ต่างรูปแบบกัน เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ทางศิลปะสู่สังคม มุ่งหวังให้สังคมได้สัมผัสความงามในศิลปะ ของการมีชีวิตที่ดีงาม
            There are many techniques to create a piece of Painting Art for instance Thai Traditional Art and Contemporary Art. In this Exhibition, the 3 artist has attempted to demonstrate “3differenceemotion”in Contemporary art. Their artworks have been used to present their different perspective and experiences through paradigm and symbols. Besides with all differences, they aim to share their experiences with the society and hope that our society could attain aesthetic of abundant life through their artworks.  

วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

“มุ้งมิ้ง” (MOONG MING)



นิทรรศการ                                  “มุ้งมิ้ง” (MOONG MING)
ศิลปิน                                        ฮาสัน  เตบสัน (Hazano Sun)
ลักษณะงาน                                 จิตรกรรมสีน้ำ
ระยะเวลาที่จัดแสดง                      วันที่ 23 มิถุนายน - 13 กรกฎาคม 2560
พิธีเปิดนิทรรศการ                         วันที่ 23 มิถุนายน 2560 เวลา 18.00 น.
ห้องนิทรรศการ                             ห้องนิทรรศการชั้น 2
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม          089 2949 083 (ฮาสัน)
แนวความคิด
            ก่อนอื่นขอจำกัดความชื่อนิทรรศการ มุ้งมิ้ง" คำว่า มุ้งมิ้ง" เป็นคำภาษาปักษ์ใต้ที่พูดถึงบรรยากาศใกล้จะสว่าง ในช่วงเวลา 05.00 - 05.30 น.แต่หากพูดถึงในยุคปัจจุบันอาจนึกถึงคำว่า มุ้งมิ้ง ฟรุ้งฟริ้ง" ในลักษณะที่น่ารัก มีแสงเปล่งประกาย
            ผลงานการสร้างสรรค์ในชุดนี้ ข้าพเจ้าต้องการที่จะถ่ายทอดบรรยากาศที่พูดได้ว่ามุ้งมิ้ง เพื่อทำให้เกิดความรู้สึกดีๆ โดยการสร้างบรรยากาศที่เกินจริงไปบ้างตามสไตล์ของข้าพเจ้า เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชม เพิ่มชีวิตชีวาให้ทุกวันเต็มไปด้วยสีสันอันน่ารักและสวยงาม ในความทรงจำของข้าพเจ้าในวัยเด็กนั้น ข้าพเจ้าเห็นภูเขา ทะเล ลำคลอง บ้านและครอบครัว ทุกอย่างเงียบสงบ ปราศจากเสียงรถ แต่กลับมีเสียงลำธารไหลผ่าน อีกทั้งยังมีเสียงนกพร้อมกับสายลมเย็นๆในยามใกล้รุ่ง สิ่งเหล่านี้ ข้าพเจ้าต้องการส่งต่อความรู้สึกดีๆให้กับผู้ที่ได้ชมหรือพบเห็นซึ่งสามารถสัมผัสได้ถึงความสุขเหล่านั้นอย่างแน่นอน โดยการถ่ายทอดผลงานจิตกรรมสีน้ำในเชิงสร้างสรรค์ตามที่ข้าพเจ้าชื่นชอบและถนัด พร้อมกับผลงานพิเศษที่ร่วมสร้างกับพี่สาวมาจัดแสดงในผู้ชมได้ชมกันในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มรสชาติความมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งเข้าไปในนิทรรศการในครั้งนี้อีกด้วย
            Firstly, the definition of Moon Ming comes from Southern part of Thailand. It is the Southern language which means nearing the atmosphere light nearby 05.00-05.30 AM. But today, the means of “ Moon Ming Frung Fringe” is cuteness , brightness.

            This Creation Exhibition Show, I would like to express my good feeling of Moon Ming ‘s style atmosphere same as the explanation stated above. To inspire the audience of everyday’s life fills with brightness. In my child’s memory, I saw Mountain , Sea, Canal, House and Family and touchable of silent with peace, Hearing only from birds and breeze sound, without any noisy motor sounds. I want to convey good feelings through these things. Those who have seen can certainly feel the happiness. This is done by conveying creative water color painting that I like and good at along with the special work that was created with my sister for the audience to see this time. This is done to add sparkly flavor to this exhibition

วันจันทร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2560

“วิถีแห่งจิต” (The way of the soul)


นิทรรศการ                                  “วิถีแห่งจิต” (The way of the soul)
ศิลปิน                                        วรุนทร์ วงศ์คำ (waroon vongkham)
ลักษณะงาน                                 งานจิตรกรรมไทย
ระยะเวลาที่จัดแสดง                      วันที่ 28 พฤษภาคม 18 มิถุนายน 2560
พิธีเปิดนิทรรศการ                         วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 เวลา 18.00 น.
ห้องนิทรรศการ                             ห้องนิทรรศการชั้น 2
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม          0925406103, 0814924840 (วรุนทร์)
แนวความคิด
                ในชีวิตประจำของข้าพเจ้าได้พบเจอเรื่องราวต่างๆ มากระทบกายและจิตของเราไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดี รวมถึงอารมณ์ของตัวข้าพเจ้าเองที่ไม่หยุดนิ่งเมื่อเกิดเรื่องราวต่างๆมากระทบจิตใจ สิ่งเหล่านี้ข้าพเจ้าจึงแสดงออกด้วยการทำงานศิลปะ เพื่อแสดงแง่คิดส่วนตัวและ เป็นการบันทึกเรื่องราวทางด้านอารมณ์ความรู้สึก โดยใช้ทัศนะธาตุต่างๆ ตามหลักทัศนศิลป์ด้านจิตรกรรมได้แก่ จุด เส้น สี แสงเงา รูปร่าง รูปทรง พื้นผิว ในการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านรูปแบบงานจิตรกรรมแนวไทยประเพณี
            นอกจากที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว ข้าพเจ้ายังต้องการอนุรักษ์และพัฒนางานศิลปกรรมไทยอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติไทย และเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านศิลปกรรมของคนในและนอกวงการศิลปะ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ต่อการก้าวไปสู่อาชีพทางานด้านศิลปกรรมและสาขาที่เกี่ยวข้องต่อไป
            โครงการนิทรรศการในครั้งนี้จะจัดขึ้นที่ หอศิลป์จามจุรี มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม 18 มิถุนายน 2560 เป็นเวลา 24 วัน ในการแสดงงานครั้งนี้มีชื่อนิทรรศการว่า วิถีแห่งจิตเป็นผลงานศิลปะที่เกิดขึ้นจากการสร้างสรรค์ของตัวข้าพเจ้าเอง ซึ่งได้เตรียมงานและรวบรวมผลงานมาเป็นเวลา 4 ปี การแสดงงานครั้งนี้ข้าพเจ้าต้องการนำเสนอมุมมองใหม่ให้กับวงการศิลปะ เพื่อให้สังคมได้ฉุกคิดและเพื่อเป็นการขับเคลื่อนให้กับสังคมอีกทางหนึ่ง


วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2560

“Wounded”

นิทรรศการ                                  Wounded
ศิลปิน                                        เสกสรรค์ ทุมมัย (Seksun Toommai)   
ลักษณะงาน                                 งานจิตรกรรม ประติมากรรม สื่อผสม จัดวาง
ระยะเวลาที่จัดแสดง                      วันที่ 2 - 27 เมษายน 2560
พิธีเปิดนิทรรศการ                         วันที่ 2 เมษายน 2560 เวลา 18.00 น.
ห้องนิทรรศการ                             ห้องนิทรรศการชั้น 2
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม          083-223-7623 เสกสรรค์
แนวความคิด
        ข้าพเจ้าเคยสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการแสดงออกและการกระทำต่างๆของตัวเองรวมทั้งบุคคลอื่นๆรอบตัวของข้าพเจ้าว่า เพราะเหตุผลอันใด ข้าพเจ้าและบุคคลเหล่านั้นจึงแสดงออกเป็นพฤติกรรมอย่างที่เห็นได้ทั่วไปในสังคม ไม่ว่าจะเป็นอาการโมโหร้าย ขี้ปดมดเท็จ อิจฉาริษยา ลักเล็กขโมยน้อย ติดเหล้ายา รวมไปถึงการประทุษร้ายทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ข้าพเจ้าคิดว่าพฤติกรรมต่างๆเหล่านี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นมาลอยๆ แต่น่าจะประกอบไปด้วยเหตุผลและแรงจูงใจอันนำไปสู่การเกิดพฤติกรรมนั้นๆ เมื่อเกิดความสงสัย จึงเกิดคำถามและพยายามที่จะหาคำตอบเท่าที่จะสามารถทำได้ โดยการย้อนเข้าไปศึกษาพฤติกรรมการเลี้ยงดู สภาพแวดล้อม ปัจจัยต่างๆโดยรอบของตัวศิลปินเอง อีกทั้งการฟังคำบอกเล่าในช่วงวัยเด็กของบุคคลอื่นๆ รวมไปถึงการศึกษาอัตชีวประวัติในวัยเด็กของบุคคลที่มีชื่อเสียงในด้านต่างๆ ก็ได้พบกับเหตุผลที่ว่า การกระทำที่เด็กได้รับจะถูกดูดซับเข้าไปผ่านจิตสำนึกเมื่อนานวันเข้าก็จะฝังตัวลงผ่านจิตก่อนสำนึกและลงไปสู่จิตใต้สำนึกก่อให้เกิดเป็นพฤติกรรมต่างๆทั้งในด้านที่ดีและเลว เมื่อเติบโตไปสิ่งเหล่านั้นเหมือนจะถูกลืมแต่ไม่ได้หายไปจริง ในบางเวลาจึงถูกขับออกมาเมื่อถูกกระทบด้วยปัจจัยบางอย่าง
             ข้าพเจ้ามีความเห็นเช่นเดียวกับหลักจิตวิทยาของฟรอยด์ เกี่ยวกับสิ่งที่ว่า ในตัวของมนุษย์จะมีสองสัญชาตญานหลักใหญ่ๆสองตัว คือ สัญชาตญาณแห่งการมีชีวิต และสัญชาตญานแห่งความตายประกอบกันอยู่ และมี ลิบิโดเป็นแรงขับแต่ถูก อิด อีโก้ และ ซูเปอร์อีโก้ คลุมทับไว้อีกที
                สัญชาตญานแห่งการมีชีวิตนั้นจะเป็นบ่อเกิดแห่งความสร้างสรรค์การมีชีวิตแสดงออกถึงพลังด้านบวก ส่วนสัญชาตญานแห่งความตายจะเป็นสิ่งที่นำพามาซึ่งทั้งการประหัตประหารทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่นเป็นพลังด้านลบ หากตัวใดตัวหนึ่งมีมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อทั้งตนเองและต่อสังคมที่เราเป็นสมาชิกอยู่ได้ เพราะฉะนั้นการควบคุมสิ่งเหล่านี้ไว้ให้สม่ำเสมอไม่ให้ตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไปจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้เราดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบันนี้
            การเรียนรู้ผลกระทบที่เคยเกิดขึ้นในอดีตจะสามารถทำให้เราดำรงชีพอยู่ในสังคมได้ เพราะเราสามารถนำมันมาปรับใช้กับปัจจุบันหรือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตได้รวมไปถึงการนำไปใช้ประโยชน์หรือควบคุมสถานการณ์ต่างๆได้ในสังคม เพราะมนุษย์ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ตัวคนเดียวในสังคมได้แต่ต้องอาศัยพึ่งพาซึ่งกันและกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
          ผลงานในนิทรรศการ Wounded เป็นการนำเอาบาดแผลที่เป็นผลกระทบในวัยเด็กมาเปิดออกและย้ำเตือนถึงการกระทำที่รุนแรงและเคยเกิดขึ้นมาแล้วต่อผู้ใหญ่หลายๆคนผ่านการสร้างสรรค์ในสื่อต่างๆที่เชื่อมกันระหว่างสัญชาตญาณแห่งการมีชีวิตและสัญชาตญานแห่งความตายเป็นการทำให้สิ่งที่ถูกเก็บกดเอาไว้ได้ถูกระบายออกมาเพื่อเป็นการรักษาระดับจิตใจเอาไว้ให้สมดุลย์และเพื่อให้ไม่เป็นการเกิดผลเสียต่อสุขภาพจิต จนนำเอาไปใช้ในทางที่ผิดต่อการดำรงชีวิตในสังคม  บาดแผลที่เคยเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ทุกคนมันไม่มีทางปิดให้สนิทได้ในบางเวลามันอาจเกิดความเจ็บปวดขึ้นมา สิ่งเดียวที่สามารถทำได้คือการเรียนรู้ที่จะอยู่คู่กับมันและไม่ทำให้มันเกิดขึ้นอีกเป็นวงโคจรที่ไม่มีวันสิ้นสุด