วันจันทร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

“ครอบครัว ความผูกพันอันแสนอบอุ่น”


นิทรรศการ                                  “ครอบครัว   ความผูกพันอันแสนอบอุ่น”
(Family is a warm deep connection)
ศิลปิน                                        ณัฐ ล้ำเลิศ (nat lamleat)
ลักษณะงาน                                 จิตรกรรม
ระยะเวลาที่จัดแสดง                       วันที่ 1 – 10 สิงหาคม 2560
ห้องนิทรรศการ                             ห้องนิทรรศการชั้น 1 ห้องนิทรรศการ 2
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม            083 628 -3336 (ณัฐ)
แนวความคิด

            ครอบครัว เป็นสถาบันทางสังคมที่มีบทบาทและความสำคัญในการดำเนินชีวิต เพราะเป็นสังคมแรกในการอบรมสั่งสอน ขัดเกลาพฤติกรรม การกระทำ ความคิด  รวมถึงปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนถ่ายทอดวัฒนธรรมทางสังคม
            การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะชุดนี้ ได้นำเนื้อหาเกี่ยวกับครอบครัวเป็นแรงบันดาลใจในการทำงาน  เนื่องจากมีความผูกพันกับครอบครัวและกลุ่มเครือญาติตั้งแต่วัยเยาว์ ได้รับการเลี้ยงดู ให้ความรัก ความอบอุ่น และความเอื้ออาทร ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ดีและอยู่ในความทรงจำมาโดยตลอด นอกจากนั้นในช่วงที่มีปัญหาหรืออุปสรรคจนเกิดความท้อแท้ เสียใจ สิ่งที่ช่วยแก้ไขปัญหาและอุปสรรคให้ผ่านพ้นไปได้คือกำลังใจของคนในครอบครัว
            สร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมแบบรูปธรรม (Realistic) ด้วยเทคนิคสีอะคริลิก และสีน้ำมัน โดยนำหุ่นนิ่งมาเป็นสัญลักษณ์แทนบุคคลในครอบครัว หรือเป็นตัวแทนความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในครอบครัว เพื่อถ่ายทอดความรัก ความผูกพัน ความทรงจำ และเรื่องราวต่าง ๆ เมื่อครั้งที่ได้อยู่กับครอบครัว

วันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

“ไลฟ์ไลน์” (LifeLine)


นิทรรศการ                                  “ไลฟ์ไลน์” (LifeLine)
ศิลปิน                                        เพชราวุธ พิสุทธิ์ศักดิ์ ( Peachravut  Pisutsak )
ลักษณะงาน                                 จิตรกรรม
ระยะเวลาที่จัดแสดง                       วันที่ 29 กรกฎาคม - 17 สิงหาคม 2560
พิธีเปิดนิทรรศการ                          วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 เวลา 18.00 น.
ห้องนิทรรศการ                             ห้องนิทรรศการ1 ชั้น 1
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม            087-5125230 (เพชราวุธ)
แนวความคิด
เส้นทางชีวิตของเราทุกคนล้วนต้องเลือกเดิน แต่จะทำอย่างไรให้ระหว่างทางที่เราดำเนินไปนั้นถูกจรรโลงด้วย สำหรับผมแล้ว ธรรมชาติ และ ศิลปะเป็นสองสิ่งที่ทำให้ผมสามารถเดินทางได้อย่างมีความสุข


Lifeline - ไลฟ์ไลน์ การเดินทางของชีวิต เป็นการบันทึกรวบรวมเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงหนึ่งของชีวิตเสมือนสมุดบันทึกแต่ใช้ภาพบอกเรื่องราวแทนตัวอักษร โดยใช้วิธีการออกแบบเรขศิลป์ (Graphic) ที่ใช้เส้นและรูปร่างแบบเรียบง่าย ร่วมกับการเพิ่มมิติของภาพด้วยงานจิตรกรรม (Painting) มาสร้างสรรค์เป็นผลงาน

นิทรรศการ                      “Thinker-Thinking” (นักคิด ครุ่นคิด)
ศิลปิน                                        กลุ่ม ครุศิลป์รุ่น 6
พัชรินทร์  มีลาภ
นายเจริญ   ผิวนิล
นายพรสวรรค์  นนทะภา
                                                ผศ.สากล  สุทธิมาลย์ 
                                                นายมงคล กลิ่นทับ
                                                นายกฤษณะ ลิไทสง
นางสาวสุธินี  อินทนี
นายกิตติศักดิ์ แก้วดุก
นายโชคชัย บุญเสนอ
ลักษณะงาน                                 จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ สื่อผสม
ระยะเวลาที่จัดแสดง                       วันที่ 4 - 24 กรกฎาคม 2560
พิธีเปิดนิทรรศการ                          วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 เวลา 18.00 น.
ศาสตราจารย์เดชา วราชุน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ
ห้องนิทรรศการ                             ห้องนิทรรศการชั้น1 ห้องนิทรรศการ 1
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม            086-5842514 (มงคล)
แนวความคิด

กลุ่มครุศิลป์รุ่น 6 เป็นกลุ่มที่ได้รวมตัวกันจากการคัดเลือกผลงานดีเด่นจำนวน 10 คนในโครงการถ่ายทอดงานศิลป์กับศิลปินแห่งชาติ ครุศิลปะสร้างสรรค์งานศิลป์กับศิลปินแห่งชาติ รุ่นที่ 6”เพื่อนำผลงานไปเผยแพร่ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เยี่ยมชมผลงานศิลปะระดับโลกซึ่งมีงานศิลปะที่น่าสนใจหลากหลาย นอกจากนี้การไปถ่ายทอดงานศิลป์ยังทำให้กลุ่มครุศิลป์รุ่น 6 ทั้ง 10 คน มีความผูกพันกัน และหลังจากกลับจากการนำผลงานไปเผยแพร่ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วนั้นทางสมาชิกกลุ่มก็ได้เกิดความคิด ความต้องการที่จะจัดนิทรรศการ กลุ่ม ครุศิลป์รุ่น 6 ให้เกิดความต่อเนื่องของกลุ่ม จึงทำให้เกิด การจัดตั้งโครงการ การจัดนิทรรศการ กลุ่ม ครุศิลป์รุ่น 6 ครั้งที่ 1 “Thinker-Thinking” ขึ้น
Thinker-Thinking มีที่มาจากการที่ กลุ่มครุศิลป์รุ่น 6 ได้เดินทางไปแสดงงานศิลปะและดูงานศิลปะที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและได้มีโอกาสดูผลงานประติมากรรมที่ชื่อ the thinker ของ Rodin และเกิดคำพูดติดตลกของกลุ่มว่า “thinker ไม่ทิ้งกัน” และนอกจากนั้นเราก็ได้ศึกษาที่มาของผลงาน “the thinker” หรือ "นักคิด" เป็นประติมากรรมบรอนซ์และหินอ่อนที่เป็นรูปชายนั่งคิดเหมือนมีความขัดแย้งภายใน  เดิมชื่อ "กวี" เป็นงานที่จ้างโดย ในกรุงปารีสเพื่อเป็นรูปปั้นสำหรับประตูทางเข้าพิพิธภัณฑ์ โรแดงได้รับแรงบันดาลใจจากไตรภูมิดันเตของดันเต อาลีกีเอรี (ดีวีนากอมเมเดีย” แบ่งออกเป็นสามตอน นรก”แดนชำระ” และ สวรรค์” กวีนิพนธ์เขียนในรูปของบุคคลที่หนึ่งและเป็นเรื่องที่บรรยายการเดินทางของดานเตไปยังภูมิสามภูมิของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว ที่เริ่มการเดินทางตั้งแต่วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ไปจนถึงวันพุธหลังจากวันอีสเตอร์ของปี ค.ศ. 1300 โดยมีกวีโรมัน เวอร์จิล เป็นผู้นำใน นรก” และ แดนชำระ” และ เบียทริเช พอร์ตินาริ เป็นผู้นำใน สวรรค์”) และตั้งชื่อประตูว่า "ประตูนรก" ประติมากรรมแต่ละชิ้นเป็นตัวแทนชองตัวละครจากมหากาพย์ เดิม "นักคิด" ตั้งใจจะให้เป็นดันเต อาลีกีเอรี หน้า "ประตูนรก" ครุ่นคิดถึงมหากาพย์ ในประติมากรรมชิ้นสุดท้าย รูปปั้นเล็กนั่งอยู่เหนือประตูคิดถึงชะตาของผู้อยู่ข้างใต้ ประติมากรรมเป็นรูปเปลือยเพราะโรแดงต้องการสร้างผู้ที่มีลักษณะเป็นวีรบุรุษทำนองเดียวกับมีเกลันเจโล ที่แสดงให้เห็นทั้งด้านสติปัญญาและความสามารถทางกวีนิพนธ์
            ประติมากรรมชิ้นนี้เป็นชิ้นที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุดชิ้นหนึ่งของโรแดง และมักจะใช้เป็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับความมีสติปัญญา และต่อมาก็เป็นหัวเรื่องการเสียดสีที่เกิดขึ้นเมื่อโรแดงยังมีชีวิตอยู่
ดังนั้นจากที่มาของ “the thinker” และความเชื่อมโยงของ กลุ่มครุศิลป์รุ่น 6 จึงได้ตั้งชื่อการจัดนิทรรศการ กลุ่ม ครุศิลป์รุ่น 6 ครั้งนี้ว่า Thinker-Thinking นักคิด ครุ่นคิด เพื่อแสดงความคิดที่มีตัวตนของแต่ละคนในกลุ่มที่กำลังคิดและถ่ายทอดความคิดนั้นออกมาเป็นผลงานศิลปะ ที่แสดงถึงความคิดที่กลั่นกรองออกมาจากสติปัญญาและประสบการณ์ที่มีความลึกซึ้งในเรื่องราวและเนื้อหาเฉพาะตน

“ทิวทัศน์ของโลกที่จังหวัดตรัง” (World's landscape at Trang province)


นิทรรศการ                                  “ทิวทัศน์ของโลกที่จังหวัดตรัง” (World's landscape at Trang province)
ศิลปิน                                        ธีระยุทธ จีนประชา (Theerayuth Jeenpracha)
ลักษณะงาน                                 จิตรกรรม
ระยะเวลาที่จัดแสดง                       วันที่ 19 สิงหาคม – 7 กันยายน 2560
พิธีเปิดนิทรรศการ                          วันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม 2560 เวลา 18.30 น.
ห้องนิทรรศการ                             ห้องนิทรรศการชั้น 1 ห้องนิทรรศการ 2
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม            081-7717112  (ธีระยุทธ)
แนวความคิด
            นำเสนอจิตรกรรมทิวทัศน์ของโลกจากจังหวัดตรัง เพื่อเป็นตัวแทนบอกเล่าถึงความงามและความรู้สึกที่โลกซ่อนไว้ในภูมิทัศน์ที่เราคุ้นเคยชิน ให้เราได้ระลึกรู้ถึงความงามแห่งชีวิต ในช่วงขณะเวลาที่เราอาศัยอยู่ที่โลกใบนี้  ..

“มาลี มายา อันดามัน” (Attraction of Andaman)


นิทรรศการ                                  “มาลี มายา อันดามัน” (Attraction of Andaman)
ศิลปิน                                        กิตติพงศ์ พันธ์เมือง
ลักษณะงาน                                 จิตรกรรม
ระยะเวลาที่จัดแสดง                       วันที่ 14 สิงหาคม 3 กันยายน 2560
พิธีเปิดนิทรรศการ                          วันที่ 15 สิงหาคม 2560 เวลา 17.00 น.
ห้องนิทรรศการ                             ห้องนิทรรศการชั้น 2
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม            089 469 4508 (กิตติพงศ์)
แนวความคิด

            ภาพวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณีของกลุ่มชาติพันธ์ชาวเลแถบอันดามัน

“เสือ” (Tiger)


เสือเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังอำนาจที่น่าแกรงขาม รูปร่างที่ปราดเปรียว ว่องไว เฉลียวฉลาด อย่างเสือ
              ข้าพเจ้าจึงได้แรงบันดาลใจนี้มาสร้างสรรค์ เป็นผลงานจิตกรรม เสือ” และศิลปินรับเชิญ อาทิ อาจารย์คำสุข แก้วมิ่งเมือง (ศิลปินแห่งชาติลาว), อาจารย์ชาลี สดประเสริฐ, อาจารย์ประทีป คชบัว, อาจารย์อภิชัย การิกาญจน์, อาจารย์บันชา ศรีวงศ์ราช, อาจารย์สันติ ทองสุข,อาจารย์ศุภวัตร ทองละมุล ด้วยแนวเหมือนจริงที่ข้าพเจ้าชื่นชอบ ในจิตวิญญาณของผมนั่นหมายถึง สิ่งที่ผมสามารถทำได้ดีที่สุด ในการแสดงความรู้สึกที่ได้รับการพัฒนาโดยตัวเอง จริงๆแล้วผมเชื่อมั่นในภาพเขียนที่วาดออกมา
สี          เป็นเครื่องมือ ในการแสดงความปรารถนาแก่ผม
พู่กัน     เป็นเครื่องมือ ในการเยียวยารักษาจิตใจ
เสือ       เป็นเครื่องมือ ในการแสดงความรักแก่ผม

จึงเป็นที่มาของนิทรรศการจิตรกรรมเดี่ยว เสือ” ณ หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โอกาสนี้หวังว่างานศิลปะครั้งนี้คงให้ความงดงามต่อสายตาและจิตใจของทุกคน

วันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

“Supmanee’s Art in Nature” (ธรรมชาติของทรัพย์มณี)


นิทรรศการ                                 Supmanee’s Art in Nature (ธรรมชาติของทรัพย์มณี)
ศิลปิน                                        ทรัพย์มณี ชัยแสนสุข (Supmanee Chaisansuk)
ลักษณะงาน                                จิตรกรรมสีอครีลิกและสีน้ำ
ระยะเวลาที่จัดแสดง                      วันที่ 13 กันยายน 1 ตุลาคม 2560
พิธีเปิดนิทรรศการ                        วันเสาร์ที่ 16 กันยายน 2560 เวลา 18.00 น.
ห้องนิทรรศการ                            ห้องนิทรรศการชั้น 1 ห้องนิทรรศการ 2
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม           0622616692 / supmanee10@gmail.com /  https://www.facebook.com/SupmaneeC/ 
แนวความคิด
            เริ่มต้นเป็นปกติ ไม่ได้ดั่งใจ จากนั้นหงุดหงิด แล้วก็เหงาจนไปถึงเศร้า บางช่วงเวลาของชีวิตที่อบอวนไปด้วยความรู้สึกเหล่านี้ มันทำให้จิตใจของเราหดหู่โดยไม่รู้ตัว ดูเหมือนธรรมชาติรอบๆตัวที่แสนจะธรรมดาอย่างต้นไม้ใบไม้ ดอกไม้ ป่ารกทึบริมทาง เป็นสิ่งที่ช่วยให้จิตใจผ่อนคลายรู้สึกดีขึ้น เห็นคุณค่าและความสวยงามของชีวิต
ธรรมชาติรอบตัวจึงกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการทำงานศิลปะ สร้างสรรค์ทุกวันจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ถ่ายทอดความงามของธรรมชาติจากจิตใต้สำนึกที่สั่งสมข้อมูลผ่านการสังเกตรูปแบบการซ้อนทับ ห่อหุ้ม เติบโต เคลื่อนไหว ของต้นไม้ ใบหญ้า ดอกไม้ ฯลฯ ที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน  โดยใช้น้ำและสีสันที่ชอบเป็นสื่อเพื่อสร้างรูปทรงออแกนิก ให้รู้สึกถึงความลึกลับ  ซับซ้อน  อบอุ่น  สนุกสนาน  และอิสระ ซึ่งเป็นความงดงามของชีวิต และช่วยบำบัดจิตใจให้ดีขึ้น
            So many time in life our emotions change. Emotion is an affective state of consciousness in which joy, sorrow, fear, hate, or the like, is experienced, as distinguished from cognitive and volitional states of consciousness.
I believe that we can control emotion (especially sadness) by surround ourselves  with nature. For me natural surrounding such as trees, flower, leaves, grasses, wildflowers along the way, helps relaxing my mind. The power of mother earth makes me realize the value and beauty of life.
Nature around me has become a major inspiration in my art . I start to gathering information through observation all beauties form of nature; overlaying, encapsulation, growth movement, of trees, grass, petal pollen, flowers, etc. And try to express the sense of complexity, cozy, happiness, freedom and mystery within the beauty of nature in my own language . By using water and colors to create organic forms out of my subconscious.

Every time i paint it heals me. I believe in power of the "ART AND NATURE"

วันพุธที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

“สมดุล” (Balance)


นิทรรศการ                                  “สมดุล” (Balance)
Curator                                     ชลัช ฉวีสุข Chalah Chaveesuk
ศิลปิน                                        ถาวรัตถ์ สมรรคจันทร์ Thawaratt Samargachandra
ช่อทิพย์ ศรีสวัสดิ์พงษ์ Chawtip Sriswadpong
สุชาติ ไกรทอง Suchart Kraithong
เจดา พลฤทธิ์ Jayda Ponlid
ทิวา สิงหะ Thiwa singha
กมล ชาวบางงาม Kamol Chowbangngam
วาทิต ช่อทับทิม Watid Chortabtim
ชลัช ฉวีสุข Chalah Chaveesuk
เอลินร์ หนูแก้ว Elin Nookau
อรอนงค์ แก้วสมบูรณ์ Onanong Kaewsomboon
ธุมากร พิชัย Tumagon Pichai
ลักษณะงาน                                 จิตรกรรม
ระยะเวลาที่จัดแสดง                      วันที่ 19 กรกฏาคม - 7 สิงหาคม 2560
พิธีเปิดนิทรรศการ                         วันเสาร์ที่ 22 กรกฏาคม 2560 เวลา 18.00 น.
ห้องนิทรรศการ                             ห้องนิทรรศการชั้น 2 ห้องนิทรรศการ 3
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม          0915564963 ชลัช ฉวีสุข
แนวความคิด
ความสมดุลเป็นปัจจัยสำคัญให้สรรพสิ่งตั้งขันธ์ดำรงอยู่ ตั้งแต่สิ่งขนาดใหญ่เช่นจักรวาล ดวงดาว ประเทศชาติ จนถึงสิ่งรอบตัว เช่น ครอบครัว สุขภาพและภาวะภายในจิตใจของบุคคล
นิทรรศการครั้งนี้ เป็นการตีความหมายของความสมดุลผ่านผลงานศิลปะ โดยกลุ่มศิลปินที่มีความหลากหลายในมุมมองและแนวทางนำเสนอ อุดมด้วยแนวคิด จิตนาการ และสุนทรียภาพ
Balance is a key element of everything. From the grand universe, planets, countries to smaller things around us such as families, health and human minds.

This exhibition explored the variety meanings of balance through artworks by the selected group of artists that full with ideas, imaginations and aesthetic.

วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

“ชีวิตบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม” (Multicultural life)


นิทรรศการ                                  “ชีวิตบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม” (Multicultural life)
ศิลปิน                                        คณาจารย์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
                                                อ.เมธาสิทธิ์ อัดดก
                                                อ.กัมปนาท สังข์สร
                                                อ.นที มณฑลวิทย์
                                                อ.มาตุภูมิ หมานนุ้ย
                                                อ.พรวิภา สุริยากานต์
                                                อ.ศิรัมภา จุลนวล
                                                อ.อริสรา ทิพย์รัตน์
                                                อ.คณิตฐา เป็นซอ
                                                อ.นพอนันต์ บาลิสี
                                                อ.พนม ช้างนานอก
ลักษณะงาน                                 งานจิตรกรรม ประติมากรรม สื่อผสม ภาพถ่าย เซรามิค
ระยะเวลาที่จัดแสดง                      วันที่ 9 - 29 มิถุนายน 2560
ห้องนิทรรศการ                             ห้องนิทรรศการชั้น 1 ห้องนิทรรศการ 1
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม          083-440-6662 นที มณฑลวิทย์/คณะศิลปกรรมศาสตร์
แนวความคิด
            สืบเนื่องจากสภาพสังคมปัจจุบันที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมทั้งวัฒนธรรมกระแสหลักและกระแสรอง ในยุคโลกาภิวัตน์สิ่งเหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่อยู่รอบกาย เราต่างซึมซับเอาองค์ความรู้ ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมจากถิ่นกำเนิดหรือสภาพแวดล้อมสะสมมาเป็นประสบการณ์จนเติบโตขึ้นมา ไม่ว่าจะผ่านระบบการศึกษาหรือประสบการณ์ชีวิตโดยตรงและยังมีการแลกเปลี่ยนผสมผสานความเป็นท้องถิ่นและวิถีชีวิตในเมืองหลวงหรือความเป็นวัฒนธรรมมวลชนโลกผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลในการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ จนเกิดความซับซ้อนในบริบททางสังคมและวัฒนธรรม ความเป็นลูกผสมในวิถีชีวิตร่วมสมัยก่อให้เกิดอัตลักษณ์ใหม่จนเกิดการตีความใหม่ในความเป็นจริงแท้นั้นมีความท้ายท้ายในชุดความรู้ที่เป็นของดั้งเดิมหรือต้นฉบับ มีการสลับสับเปลี่ยนองค์ความรู้ใหม่จากการทบทวนวรรณกรรม ความสับสบวุ่นวายในวิถีชีวิตของมนุษย์เกิดการเคลือบแคลงสงสัยใคร่รู้และพยายามหาทางออกอยู่เสมอไม่ว่าทางใดทางหนึ่งเพื่อหลีกหนีจากความมืดบอดทางปัญญา ในแง่ทางศิลปะนั้นผู้สร้างสรรค์ผลงานต่างมีความหลากหลายในการแสดงออกทั้งทางสื่อและเนื้อหา ที่เป็นแรงขับจากความรู้สึกที่เก็บกักไว้ภายใน โดยเป็นการนำองค์ความรู้จากประสบการณ์ทางกายภาพมาเป็นวัตถุดิบที่สั่งสมกลั่นกรองเข้าสู่ภายในจิตที่ถวิลหาเสรีภาพในการแสดงออกทางศิลปกรรมในเชิงปัจเจกบุคคล เพื่อเป็นการพัฒนาต่อยอดทางทักษะและความคิดในทางสุนทรียะในมุมมองส่วนบุคคล ที่มีพื้นเพทางความคิด ความเชื่อหรือประสบการณ์ทางความรู้ที่แตกต่างหลากหลาย ก่อให้เกิดผลงานประเภทต่างๆ อาทิเช่น งานจิตรกรรม ประติมากรรม สื่อผสม ภาพถ่าย เซรามิค ฯลฯ ที่มีวาทะกรรมเป็นของตนเอง

            ผลงานในโครงการครั้งนี้เป็นการรวบรวมผลงานของสร้างสรรค์จากคณาจารย์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ที่มีความแตกต่างหลากหลายในสาขาทางศิลปะที่เชี่ยวชาญ โดยเป็นการแสดงงานนิทรรศการกลุ่ม ที่มีการแสดงออกในเชิงความคิดในโครงการ ชีวิตบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม

วันอังคารที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

“Introspective”(ความจริง ที่ต่างกัน)


นิทรรศการ                                  Introspective”(ความจริง ที่ต่างกัน)
ศิลปิน                                        สนามชัย พวงระย้า (Sanamchai Puangraya)
ลักษณะงาน                                 จิตรกรรม
ระยะเวลาที่จัดแสดง                      วันที่ 1 - 20 กรกฎาคม 2560
พิธีเปิดนิทรรศการ                         วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 เวลา 18.00 น.
ห้องนิทรรศการ                             ห้องนิทรรศการชั้น 1 ห้องนิทรรศการ 2
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม          081-3421826 สนามชัย
แนวความคิด
            เราทุกคนล้วนมีความเป็นศิลปะในตัวตน ถูกนำไปใช้ในหลากหลายรูปแบบ การแสดงออกในทางดนตรีการทำอาหาร ในแบบที่ไม่ใช่แค่อาหาร แต่มีการจัดวาง การปรุงแต่งจนมีความงามจนเกิดมูลค่ามากกว่าแค่เพียงเป็นอาหารจานด่วน เราเรียนรู้พื้นฐานความงามทางศิลปะได้จากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว

            นิทรรศการในชุดนี้ งานแต่ล่ะชิ้น ผมไม่ได้ตั้งชื่องาน  สิ่งหนึ่งเพื่อให้คนที่มาดูงานของผมได้มองและจินตนาการในแบบที่คุณเข้าใจ ได้โต้ตอบกันระหว่างคนดูกับงาน ได้คิดชื่อในแบบที่คุณคิดว่าน่าจะเป็น โดยอาศัยรูปทรงของงานที่บ่งบอกชัดเจนแต่ให้คุณมองลึกไปกว่าแค่สิ่งที่เห็น เมื่อเราได้มาเรียนรู้มากขึ้น ณ เวลาที่เราได้ลากเส้นได้ลงสีจรดพู่กัน ความคิดแรกที่มากระทบเรา แม้เราอาจจะไม่ได้ลงมือทำเพียงแค่ชมงานศิลปะ การทำงานภายในได้เกิดขึ้นแล้วในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วินาทีนั้น อาจมีบางสิ่งที่สั่นสะเทือนจิตใจ เราอาจไม่สามารถแปลเป็นคำพูดได้ชัดเจน เพราะการสะสมความรู้ทางศิลปะค่อนข้างใช้เวลา บางคนอาจเข้าใจได้เร็วด้วยทุนเดิมที่มี แต่เมื่อเราได้เริ่มต้นและปล่อยวางใจที่จะได้เข้าไปสู่โลกอีกมิติหนึ่ง ก็อาจนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในเชิงความคิดรสนิยม ความรู้สึกภายใน ธรรมชาติของจิต อาจมีความกระด้างอยู่ ศิลปะนั้นแทรกซึมเข้าไป เพิ่มความอ่อนโยนมากขึ้นในจิตใจ หรือในอีกทาง ช่วยให้คิดนอกกรอบจากสิ่งที่เรามีอยู่เดิม ในยุคสมัยที่มีเพียงไอคิวคงไม่พอ การมีอีคิวเข้าไปผสมผสาน เราอาจได้สร้างนักคิดนักประดิษฐ์ สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ศิลปะไม่ได้หมายให้เราทุกคนเป็นศิลปินเขียนรูป แต่ศิลปะสามารถก่อเกิดประโยชน์ในทางอื่น นอกเหนือเพียงแค่ความงามที่ถูกถ่ายทอดจากภายในของผู้ที่สรรสร้าง แต่ช่วยให้มนุษย์มีความสมบูรณ์มากขึ้นไปอีก ยกระดับจิตภายในให้มีความลึกซึ้งมากขึ้น